เสือ มังกร

เสือ มังกร

เสือ มังกร หรือว่าไพ่ เป็นเกมในคาสิโนเอเชีย พบการเล่นครั้งแรกที่ประเทศกัมพูชา สามารถเล่นเกมนี้ในคาสิโนออนไลน์หลายแห่ง เป็นที่ชื่นชอบของผู้เล่นเพราะความรวดเร็วและรูปแบบเกมที่เล่นง่าย นอกจากนี้ไพ่เสือมังกรยังได้รับความนิยมในหมู่นักพนันที่ชอบติดตามผู้ชนะจากกระดานคะแนน

Dragon tiger หรือ เกมไพ่เสือมังกร เป็นไพ่ที่พัฒนามาจากไพ่ บาคาร่า ด้วยเหตุว่าการเล่นบาคาร่า นั้นมีกติกาที่ทำให้ผู้เล่นอาจจะงง และก็มีมีการการโกง เกิดขึ้นได้ เนื่องจากการที่ฝั่งเจ้ามือจะจั่วหรือไม่จั่วฉะนั้นไพ่เสือมังกรนี้ก็เลยปรับให้ไม่ต้องจั่วเพิ่ม ใช้เพียงแค่ไพ่ใบเดียวตัดสินกันไปเลยโดยแบ่งเป็นข้างเสือ (Tiger) และก็ฝ่ายมังกร (Dragon)

เสือ มังกร

ฝ่ายใดได้ไพ่แต้มสูงมากกว่า ก็เป็นชนะเลย ง่าย ๆ อย่างงี้เลยไม่ต้องค่องเรื่องเพราะอะไรถึงไม่จั่วอีกต่อไปยอดนิยมอย่างยิ่งในบ่อน แล้วก็คาสิโน ไม่แพ้เกม สล็อต, รูเล็ท ไฮโล อย่างยิ่งจริงๆ โดยตัวเกม Dragon Tiger นั้นจะมีวิธีการเล่นที่เหมือน ๆ กับ เกมบาคาร่า หรือไพ่ป็อกเด้ง

ประวัติเกมไพ่เสือมังกร

รูปแบบเกมไพ่เสือมังกรนั้น ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นมาจากเกมรูปแบบใด แต่หลายแหล่งก็ได้คาดกันว่า น่าจะเกิดขึ้นที่โซนเอเชียที่มีการพัฒนารูปแบบของไพ่นี้ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งเขมรที่เป็นต้นตำรับของคาสิโน หรือแม้กระดั่งในจีนแผ่นดินใหญ่ อย่างไรก็ตามมีการพัฒนาเกมไพ่ให้มีรูปแบบที่รวดเร็ว ด้วยการตัดสินใจกับไพ่เพียงใบเดียวและยึดผลแพ้ชนะที่แต้ม 13 แม้จะค่อนข้างที่จะแตกต่างกับเกมไพ่รูปแบบอื่น แต่ก็ถือว่ามีโครงสร้างที่คล้ายกับเกมไพ่ บาคาร่า หรือ ป๊อกเด้ง ที่อ้างอิงมาจากผลของค่าสูงสุดของหน้าไพ่คือตัว K (13) ที่เอามาเป็นตัวกำหนดค่าของการได้ไพ่ตองสูงสุด

การนับแต้มของไพ่เสือมังกร

เสือ มังกร

การนับแต้มในเสือมังกรจะแตกต่างจากบาคาร่า เพราะแต้มของไพ่ที่เป็นภาษาอังกฤษ ไม่ได้มีค่าเท่ากับศูนย์เหมือนกับบาคาร่า ดังนั้นผู้เล่นมือใหม่จะต้องเข้าใจวิธีการนับแต้มให้ดีเสียก่อน ซึ่งจะการนับไฟ่นั้น ทำได้ดังนี้

  1. ไพ่ K มีแต้มเท่ากับ 13 แต้ม
  2. ไพ่ Q มีแต้มเท่ากับ 12 แต้ม
  3. ไพ่ J มีแต้มเท่ากับ 11 แต้ม
  4. ไพ่ 10 มีแต้มเท่ากับ 10 แต้ม
  5. ไพ่ 9, 8, 7, 6, 5, 4, 3, 2 มีแต้มเท่ากับหน้าไพ่
  6. ไพ่ A มีแต้มเท่ากับ 1 แต้ม

กติกาการเล่นเสือมังกร

การเล่นไพ่เสือมังกรจะมีกติกาที่น้อยมาก ซึ่งกติกาการเล่นเสือมังกรในเว็บคาสิโนออนไลน์ทุกแห่งจะใช้กติกาเดียวกันทั้งหมด คือ

1.ผู้เล่นต้องวางเดิมพันในระยะเวลาที่ทางเว็บกำหนดเอาไว้ โดยสามารถเลือกวางเดิมพันได้ 3 รูปแบบคือ

  1. เสือ
  2. มังกร
  3. เสมอ

หากผู้เล่นไม่สามารถวางเดิมพันภายในระยะเวลาที่กำหนด จะต้องรอวางเดิมพันในตาถัดไป

2.หลังหมดเวลาการวางเดิมพัน ดีลเลอร์จะแจกไพ่ให้ฝั่งละ 1 ใบ เริ่มแจกที่ฝั่งมังกร 1 ใบ และเสือ 1 ใบ ในการแจกไพ่นั้นจะหงายไพ่ทั้ง 2 ฝั่ง

3.การตัดสินแพ้ชนะ จะดูจากฝั่งใดมีแต้มหน้าไพ่มากกว่า หากฝั่งได้แต้มสูง ก็จะเป็นฝ่ายชนะทันที จะไม่มีการเรียกไพ่เพิ่มแม้ว่าแต้มจะน้อยก็ตาม ซึ่งตรงจุดนี้จะแตกต่างกับบาคาร่า

4.หลังจากรู้ผลแพ้ชนะในเกมแล้ว ดีลเลอร์ก็จะเริ่มเกมใหม่ทันที โดยเปิดเวลาในวางเดิมพันในตาถัดไป

อัตราการจ่ายเงินของเสือมังกร

อัตราการจ่ายในเสือมังกร ก็จะมีความแตกต่างจากการ เล่นบาคาร่าเช่นเดียวกัน ดังนั้นหากผู้เล่นคุ้นเคยกับเกม บาคาร่ามาก่อน และยังไม่เคยเล่นเสือมังกรก็ต้องเข้าใจ ในเรื่องของอัตราการจ่ายดังนี้

  1. เดิมพันฝั่ง Dragon คือทายว่ามังกรจะเป็นฝ่ายชนะ มีอัตราการจ่ายเท่ากับ 1:1
  2. เดิมพันฝั่ง Tiger คือทายว่าฝั่งเสือจะเป็นฝ่ายชนะ มีอัตราการจ่ายเท่ากับ 1:1
  3. เดิมพัน Tie คือทายว่าทังสองฝั่งจะมีแต้ม ผลลัพธ์ออกมาเท่ากับเช่น 5 กับ 5 อัตราการจ่าย 1:8

หมายเหตุ : หากเกมออกมาเป็นเสมอ ผู้เล่นที่วางเดิมพันเสือหรือมังกร จะต้องเสียเงินเดิมพันครึ่งหนึ่ง เช่น วางเดิมพัน 100 บาท จะต้องเสีย 50 บาท

จะเห็นว่าความแตกต่างของอัตราการจ่ายของเกมไพ่เสือมังกรออนไลน์ แตกต่างจากการเล่นบาคาร่าอยู่เหมือนกัน เพราะว่าถ้าหากเสมอ ในบาคาร่าจะไม่เสียเงินเดิมพัน

เสือมังกร

ข้อดีของการเล่นเสือมังกร

  1. มีเกมการเล่น ที่รวดเร็ว รู้ผลแพ้ชนะทันทีที่เปิดไพ่ครบ เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบเกมไวๆ
  2. กติกาไม่เยอะ สามารถเข้าใจง่ายแม้แต่ คนที่ไม่เคยเล่นเกมไพ่มาก่อนก็ตาม
  3. มีอัตราการจ่ายที่เยอะ และมีความยุติธรรม ไม่โดนหักค่าต๋ง เหมือนกับบาคาร่า

เมื่อรู้วิธีการนับแต้มของไพ่เสือมังกร คือยังไงกันแล้ว ต่อไปมาดูกติกาการเล่นว่าไพ่เสือมังกร คืออะไรกันครับ

กติกาการเล่นไพ่เสือมังกร คือ

กติกาการเล่นไพ่เสือมังกร คืออะไร กติกาไพ่เสือมังกร คือ กติกาที่จะกำหนดให้คาสิโนทุกที่ใช้กติกาแบบเดียวกันทั้งหมด ซึ่งกติกาการเล่นไพ่เสือมังกร จะมีน้อยมาก และไม่ยากเกินที่จะเข้าไป โดยจะมีกติกาดังนี้

  1. ผู้เล่นจะต้องลง เงินเดิมพัน ให้ทันในระยะเวลา ที่ได้กำหนดเอาไว้ โดยจะสามารถเดิมพันได้ 3 แบบคือ ลงเสือ มังกร หรือ เสมอ เท่านั้น ซึ่งถ้าผู้เล่นเลือก ลงไม่ทันในเวลาจะต้องรอเล่นในรอบ ถัดไปแทน
  2. เมื่อหมดเวลา ในการวาง เงินลง ทุนแล้ว ดีลเลอร์จะทำการแจกไพ่ ให้ฝั่งละ 1 ใบ โดยในการแจกไพ่ แต่ละใบนั้น จะเป็นการแจกแบบหงายไพ่ทั้ง 2 ฝั่ง
  3. จากนั้นให้ดูว่าฝั่ง เสือ หรือ มังกร ฝั่งไหนมีแต้ม มากกว่ากัน ถ้าฝั่งไหนมีแต้มมากกว่า ถือว่าฝ่ายนั้นจะชนะทันที และไม่สามารถเรียกไพ่เพิ่มได้ถึงแม้ว่าแต้มน้อยกว่าก็ตาม แต่ถ้าไพ่ออกมาเสมอ ทั้ง 2 ฝ่ายจะเสียเงินครึ่งหนึ่ง แต่คนที่ลงเสมอจะได้รับเงินแทน ซึ่งจะแตกต่างจาก บาคาร่าตรงจุดนี้
  4. เมื่อรู้ผลในรอบนั้นแล้ว ดีลเลอร์ก็จะเก็บไพ่แล้วทำการเริ่มใหม่ โดยจะเปิดเวลาให้ทำการลงเดิมพันใน รอบต่อไป

อัตราในการจ่ายเงินของไพ่เสือมังกร คืออะไร

เสือมังกร

อัตราในการจ่ายเงินของ ไพ่เสือ มังกร คืออะไร อัตราการจ่ายในเสือมังกรนั้น จะมีความต่างจากอัตราในการจ่ายของ บาคาร่า เช่นเดียวกัน ซึ่งถ้าผู้เล่นเคยเล่นไพ่บาคาร่ามาก่อน แต่ไม่เคยลองเล่นเสือมังกรเลย ก็จำเป็นที่จะต้องเข้าใจในเรื่องอัตราการจ่ายนี้

ลงเงินฝั่ง มังกร คือ พนันว่าฝั่งมังกรจะชนะ ซึ่งจะมีอัตราในการจ่ายเงินอยู่ที่ 1 : 1

ลงเงินฝั่ง เสือ คือ พนันว่าฝั่งเสือจะชนะ ซึ่งจะมีอัตราในการจ่ายเงินอยู่ที่ 1 : 1

ลงเงินฝั่ง Tie คือ พนันว่าทั้ง 2 ฝั่งจะแต้มออกมาเท่ากัน ซึ่งจะมีอัตราในการจ่ายเงินที่สูงขึ้นเนื่องจากโอกาสน้อย โดยอัตราจะอยู่ที่ 1 : 8 โดยผู้เล่นที่ไม่ได้เลือกเสมอจะเสียเงินครึ่งดึง

ทีนี้ก็รู้กันแล้ว นะครับว่า ไพ่เสือมังกร คืออะไร ซึ่งจะเห็นได้เลยว่าไพ่เสือมังกรนั้นจะมีความแตกต่างจากเกมบาคาร่าอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ต่างแบบเปลี่ยนไปจนหมดเลย พูดง่าย ๆ คือเป็นการดัดแปลงมาจากบาคาร่านั่นเอง

ขอขอบคุณบทความนานาสาระ ufabet.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *