ไฮโล

ไฮโล

ไฮโล ต่างจากการเดิมพันปกติอย่างไร

ไฮโล เป็นชื่อเกมการพนันชนิดหนึ่งที่หลายคนรู้จัก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จักจริงๆ ว่าไฮโลคืออะไร และมีวิธีการเล่นอย่างไร ขอบอกก่อนว่า เมื่อก่อนนั้นไฮโลมักจะเล่นกันตามงานวัดหรืองานต่างๆ ไม่ว่าจะงานมงคล งานอวมงคล ก็จะเห็นกลุ่มคนเล่นไฮโลนั่งล้อมวงกันเพื่อเล่นเกมนี้อย่างสนุกสนาน ปัจจุบันไฮโลได้พัฒนามาอยู่ในระบบเกมคาสิโนออนไลน์ตามเว็บไซด์ต่างๆ ซึ่งวันนี้เราจะมาอธิบายกันอย่างละเอียดว่า 11 ไฮโลคืออะไร แล้วเล่นกันอย่างไร

ทำความรู้จักกับ ไฮโล

ไฮโลคือ เกมการพนันอย่างหนึ่ง ที่มีอุปกรณ์การเล่น เป็นลูกเต๋า 4 เหลี่ยม มี 6 ด้าน ซึ่งทุกด้านจะมีแต้ม จาก 1-6 จำนวน 3 ลูก จากนั้น เจ้ามือจะเอาลูกเต๋าไปใส่ในจานและใช้ฝาครอบปิดไว้ แล้วก็เขย่า คนเล่นก็จะแทงแต้มของหน้าลูกเต๋าที่ออกด้านบน 3 ด้าน โดยการแทงแต้มนั้น จะมีการแทงหลายรูปแบบแตกต่างกันไปคับ

ไฮโลมีต้นกำเนิดจากกลุ่มคนงานก่อสร้างในประเทศจีน ที่ได้มีการสลักหมายเลข ลงบนก้อนอิฐหรือดินเผา ตั้งแต่เลข 1-6 จนครบทั้งหมด 6 ด้าน จากนั้น คนงานก่อสร้างได้นำอิฐเผาที่มีตัวเลข มาโยนลงพื้น และทายกันว่าจะออกเลขอะไร กิจกรรมดังกล่าว เป็นที่สนุกสนานในกลุ่มคนงาน จึงได้มีการคิดกติกาขึ้นมา แตกต่างกันออกไปในแต่ละยุคละสมัย ซึ่งต่อมาเกมไฮโล ได้มีชื่อเรียกภาษาจีนว่า “ซิกโป”

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป จึงมีการนำลูกเต๋าเข้ามาแทนก้อนอิฐเผา จากนั้น ความนิยม ซิกโป ได้แพร่ไปยังบริเวณแถบใกล้เคียงอย่างในประเทศเอเชียตะวันออกทั้งหลาย รวมถึงเกาหลีและฟิลิปปินส์ โดยประเทศเหล่านี้ได้มีการเรียกชื่อใหม่ จึงมีคนรู้จักกันอย่างแพร่หลาย ในชื่อใหม่ว่า “ไฮโล” นั่นเองครับ

ไฮโล

สำหรับเกมไฮโลภาษาอังกฤษจะเรียกว่า sicboหมายถึง เกมพนันแต้มสูงและต่ำ ส่วนในมาเก๊า จะเรียกว่า Dai Siu (Tai Sai) หมายถึง ใหญ่-เล็ก ซึ่งในมาเก๊า เป็นที่โด่งดังและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นับว่าเป็นเกม ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในทวีปเอเชียก็ว่าได้ แต่ในขณะนี้ ไฮโล ไม่ได้รับความนิยมเหมือนที่ผ่านมา

ซึ่งก็ดูเหมือนว่า เป็นการเล่นพนันลูกเต๋าแบบหนึ่ง ที่มีการใช้ลูกเต๋าสองลูกมากกว่าสามลูกในการเล่นพนันไฮโลตามเวอร์ชั่นของเกมคาสิโนแบบยุโรป ในทวีปแอฟริกาเหนือ สามารถพบเกมนี้ได้ ในปีค.ศ.1900 เมื่อชาวจีน อพยพไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ได้นำเกมการเล่นไฮโลนี้ ติดตัวไปด้วยครับ

กติกา ไฮโล

  1. 1. แทงเต็ง คือ การแทงแต้ม 1 ไปจนถึงแต้ม 6 (ภาษานักพนัน เรียกแต้ม 1 ว่า เอี่ยว)

ถ้าลูกเต๋า 1 ใน 3 ลูก ลูกใดลูกหนึ่ง ออกแต้มตามที่เราแทง เราก็จะได้ เงิน 1 ต่อ

นั่นคือ แทง 1 บาท ถ้าถูกจะได้ 1 บาท

  1. 2. แทงโต๊ด คือ การแทงแต้มเหมือนกับข้อ 1 แต่จะแทงทีละ 2 แต้ม

ลูกเต๋า 2 ใน 3 ลูก จะต้องออกแต้มที่ทายไว้ จึงจะถือว่า แทงถูก เช่น ถ้าแทงว่า โต๊ด 2 กับ 3

ถ้าเปิดฝาออกมาแล้ว เป็น 2-3-5 อย่างนี้ ถือว่าเราแทงถูก แต่ถ้าเป็น 2-4-5 หรือ 3-4-6 อย่างนี้ ถือว่าออกแค่แต้มเดียว ที่เราทายไปจะถือว่าแทงผิด ด้วยการแทงโต๊ด มีความเสี่ยงสูงค่าตอบแทนจึงจ่ายที่ 5 ต่อ คือ แทง 1 บาท ถ้าถูก จะได้ 5 บาท

ไฮโล
  1. 3. แทงสูง-ต่ำ คือ การแทงแต้มรวมของลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก

ถ้าแต้มรวมอยู่ระหว่าง 3 แต้ม ไปจนถึง 10 แต้ม ก็ถือว่า “ต่ำ” แต่ถ้าแต้มรวมอยู่ระหว่าง 12

ไปจนถึง 18 แต้ม ก็ถือว่าเป็น “สูง” แทงแบบนี้ ก็จะได้เงิน 1 ต่อ เหมือนกับข้อ 1.

คือ แทง 1 บาท ถ้าถูก จะได้ 1 บาท

  1. 4. แทง 11 ไฮโล คือ การแทงแต้มรวม ของลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก ที่ผลเท่ากับ 11

ซึ่งจะมีศัพท์เฉพาะเรียกว่า “11 ไฮโล” แต่ในความเป็นจริงแล้ว 11 ไฮโล ออกยากมาก เพราะแต้มรวมต้องได้ 11 พอดี ห้ามขาด ห้ามเกิน ใครแทง 11 ไฮโล แล้วถูกขึ้นมา รับไปเลย 5 ต่อ คือ แทง 1 บาท ถ้าถูก จะได้ 5 บาท

การแทงเต็ง

คือการแทงเลขตัวเดียว เช่น แทงว่าจะออกเลขหนึ่ง(เต็งหนึ่ง), แทงว่าจะออกเลขสาม(เต็งสาม) เป็นต้น ซึ่งการแทงเต็ง เรียกว่าเป็นรูปแบบการแทงที่ง่ายสุดและมีโอกาสชนะมาก เนื่องจากลูกเต๋ามีทั้งหมด 3 ลูกจึงมีโอกาสสูงมากที่ลูกใดลูกหนึ่งจะออกเลขที่เราได้เต็ง (ทาย) ไว้

ดังนั้น การแทงเต็งจึงให้ผลตอบแทนน้อยกว่าการแทงรูปแบบอื่น โดยอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:1 หมายถึงหากแทง 100 บาท และลูกเต๋าลูกใดลูกหนึ่งออกเลขที่แทงไว้ก็จะได้เงิน 100 บาท เป็นต้น

การแทงโต๊ด

คือการแทงเลข 2 ตัว โดยลูกเต๋า 2 ใน 3 ลูก จะต้องออกเลขที่เราแทงไว้ เช่น แทงเลข 3 กับเลข 4 ลูกเต๋าจะต้องออก 3-4-6 , 3-4-5 , 3-4-2 อย่างนี้ถือว่าเราแทงถูก แต่หากลูกเต๋าออกเพียงเลขตัวใดตัวหนึ่งถือว่าเราแทงผิด เช่น 3-5-6 , 4-2-1 , 3-2-1 อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งข้อเสียของการแทงโต๊ดหากเทียบกับการแทงเต็งคือมีความเสี่ยงสูง แต่ก็มีหลายคนชอบการแทงแบบโต๊ดเนื่องจากผลตอบแทนที่มาก นั่นคือ 1:5 หมายถึงหากแทง 100 บาท และมีลูกเต๋า 2ใน 3 ลูกออกเลขที่เราแทง ท่านก็จะได้เงินตอบแทนถึง 500 บาทเลยทีเดียว

การแทงสูง – ต่ำ

เป็นการแทงสุดคลาสสิค เรียกได้ว่าเป็นรูปแบบยอดนิยมในคาสิโนทั่วโลกเลยก็ว่าได้ โดยหลักการคือ

  • แทงสูง หมายถึง ผลบวกของลูกเต๋าทั้ง 3 ลูกจะต้องมากกว่า 12 แต้มขึ้นไป (จนถึง 18 แต้ม )ถึงจะเรียกว่าชนะ
  • แทงต่ำ หมายถึง ผลบวกของลูกเต๋าทั้ง 3 ลูกจะต้องอยู่ระหว่างเลข 4- 10 ถึงจะเรียกว่าชนะ

ซึ่งอัตราผลตอบแทนจะเท่ากับการแทงเต็งนั่นก็คือ อัตราการจ่าย 1:1 เนื่องจากไม่ว่าจะเลือกแทงสูงหรือต่ำ ผู้เล่นก็มีโอกาสชนะมากถึง 45% เลยทีเดียว

การแทงคู่ – คี่

การแทงแบบคู่ คี่ คือการเลือกแทงว่าผลรวมของลูกเต๋าทั้ง 3 จะออกมาเป็นเลขคู่ หรือเลขคี่ ซึ่งการแทงรูปแบบนี้มีโอกาสชนะมากถึง 50% ทำให้ผลตอบแทนอยู่อัตราการจ่าย 1:1

ขอขอบคุณบทความความรู้จาก ufabet.com

Credit : https://ufabets5.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *