บอลยูโร

บอลยูโร

ประวัติ บอลยูโร 

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ บอลยูโร เป็นรายการที่ได้รับความนิยมสูงสุด ไม่แพ้รายการฟุตบอลโลกเลยทีเดียว เพราะรวบรวมทีมชาติต่างๆ ในยุโรป เข้ามาห้ำหั่นกันเพื่อหาทีมเดียวที่เป็นผู้ชนะ ซึ่งแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ที่ชื่นชอบฟุตบอลลีกยุโรปก็ต้องรู้จักและมีความผูกพันกับนักเตะทีมชาติแต่ละทีมอยู่แล้วหากชอบดู บอลยูโร ก็ควรจะรู้ไว้ว่าประวัติของการแข่งขันฟุตบอลยูโรมีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันกี่ทีมกว่าจะเพิ่มมาเป็น 24 ทีมในปัจจุบัน และเริ่มแข่งกันตั้งแต่เมื่อไร เรามาดูกันเลยดีกว่าครับทุกคน

เวลาที่คอบอลรอคอย

เวลาที่คอบอลรอคอยกันมาร่วมปีกำลังจะสิ้นสุดลงเมื่อศึกลูกหนังชิงแชมป์แห่งชาติทวีปยุโรป หรือยูโร 2020 ซึ่งเลื่อนมาแข่งปี 2021 แทน จะเริ่มเปิดศึกในวันที่ 12 มิถุนายน 2021 ประเดิมด้วยเกมระหว่างตุรกีกับอิตาลี เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย (ในไทยคือคืนวันที่ 11 มิ.ย.)

แฟนบอลหลายคนคงทราบแล้วว่า ยูโร 2020 จัดภายใต้แนวคิดฉลอง 60 ปีแห่งรายการลูกหนังยุโรป จึงไม่ได้มีประเทศเจ้าภาพแห่งเดียว แต่ใช้กระจายแข่งหลายแห่ง แต่จากผลกระทบหลายอย่างรวมถึงเรื่องสถานการณ์โควิด-19 ระบาด สุดท้ายแล้วจึงเหลือสนามแข่งที่ 11 สนาม ใน 11 ประเทศ

เวลาล่วงเลยมาจนถึงกลางปี 2021 สถานการณ์โรคระบาดในทวีปยุโรป หลายประเทศเริ่มคลี่คลายแล้ว บางประเทศเริ่มเปิดให้แฟนบอลเข้าชมเกมในสนามได้แบบจำกัดจำนวน และอยู่ภายใต้มาตรการควบคุม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าโรคระบาดระดับโลกส่งผลกระทบต่อมหกรรมลูกหนังทวีปยุโรป ซึ่งทุกคนรอคอย

บอลยูโร

ก่อนที่การแข่งจะเริ่มขึ้นลองมาดูกันว่า ยูโร 2020 ซึ่งแข่งปี 2021 มีอะไรแตกต่างจากครั้งที่ผ่านมาบ้าง

บอลยูโร นั้นเตะครั้งแรกและจัดปีไหน เตะกันกี่ทีมเรามาดูกันเลยดีกว่าครับทุกคน

ฟุตบอลยูโรเริ่มจัดการแข่งขันครั้งแรกในปี 1958 โดยการแข่งขันครั้งแรกใช้เวลานานกว่า 22 เดือน ระหว่างปี 1958-1960เริ่มมีการแข่งขันครั้งแรกขึ้นมาในปี 1960 ในชื่อว่า ฟุตบอลยูโรเปี้ยน เนชั่นส์ คัพ โดยเริ่มต้นรูปแบบการแข่งขันยังเป็นระบบการเล่นเหย้า-เยือนในรอบต้นๆ ก่อนที่จะเล่นแบบน็อกเอาต์ในรอบรองชนะเลิศ บุคคลที่ผลักดันให้มีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ในชาติเป็นกลางขึ้นมาคือ อองรี เดอลาเน่ย์ จากสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส

และ ทำให้การแข่งขันรอบสุดท้ายครั้งแรกมีขึ้นที่เมืองน้ำหอม ในปี 1960 โดยเป็นการ พบกันระหว่าง สหภาพโซเวียต กับ ยูโกสลาเวีย ซึ่งผลลงเอยด้วยชัยชนะของทีมจากแดนหลังม่านเหล็กในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1 ในปี 1964 ได้มีปัญหาขัดแย้งทางการเมือง

บอลยูโร

เข้ามายุ่งเกี่ยวในเกมกีฬา เมื่อ กรีซ ปฏิเสธที่จะเล่นกับ แอลเบเนีย หลังมีสงครามระหว่างประเทศ โดยการเล่นรอบชิงชนะเลิศ จัดที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน และแชมป์ก็ตกเป็นของเจ้าภาพที่เอาชนะ สหภาพโซเวียต 2-1จากนั้นในปี 1968 ได้เปลี่ยนชื่อ

การแข่งขันจากฟุตบอลยูโรเปี้ยน เนชั่นส์ คัพ มาเป็น ยูฟ่า ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ พร้อมกับเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันเป็นแบบแบ่งกลุ่มโดยมี 8 สาย และแชมป์ ของแต่ละกลุ่มจะเข้ามาเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศ ที่ต้องแข่ง 2 นัด ก่อนเข้ารอบตัดเชือก โดยแชมป์ครั้งนี้เป็นของเจ้าภาพ อิตาลี ที่เอาชนะ ยูโกสลาเวีย 2-0 ในนัดรีเพลย์

หลังเกมแรกเสมอกัน 0-0 ฟุตบอลยูโร 1972 รอบสุดท้าย ที่ประเทศเบลเยียม ยังคงใช้รูปแบบการแข่งขันเหมือนที่ผ่านมา โดยแชมป์ตกเป็นของ เยอรมัน ตะวันตก ที่ถล่ม สหภาพโซเวียต ไปอย่างขาดลอย 3-0 จากการทำประตูของ แกร์ด มุลเลอร์

คนเดียว 2 ลูก จากนั้นอีก 4 ปีต่อมา รอบชิงชนะเลิศมีขึ้นที่ยูโกสลาเวีย โดยที่ เชโกสโลวะเกีย เสมอ เยอรมัน 2-2 ก่อนที่จะมีการดวลจุดโทษครั้งแรก และแชมป์ก็ตกเป็นของ ขุนพลเช็กในที่สุด

มาถึงศึกยูโร 1980 ได้เริ่มใช้ระบบการแข่งแบบใหม่ โดย 8 ทีมจะต้องมาเล่นรอบสุดท้ายที่ประเทศอิตาลี และแบ่งการเล่นออกเป็น 2 กลุ่ม นำแชมป์ของแต่ละกลุ่มมาเล่นรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งปรากฏว่า เยอรมันตะวันตก คว้าแชมป์ไปครองหลังเฉือนชนะ เบลเยียม 2-1 จนกระทั่งในศึกยูโร 1984 ที่ฝรั่งเศส ได้มีการเปลี่ยนระบบการแข่งขันให้ 2 ทีมที่มีคะแนนดีที่สุดของทั้ง 2 กลุ่ม เข้ามาเล่นในรอบ ตัดเชือก และในที่สุดเจ้าบ้านซึ่งนำทีมโดย มิเชล พลาตินี่

ก็ชนะ สเปน 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ พร้อมกับคว้าแชมป์ได้อย่างงดงาม จากนั้นในปี 1988 เยอรมันตะวันตก ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันบ้างโดยใช้รูปแบบเหมือนครั้งที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แฟนบอลเมืองเบียร์ต้องอกหัก ปล่อยให้ ฮอลแลนด์ ที่มีนักเตะชั้นเยี่ยมอย่าง มาร์โก แวน บาสเท่น, แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด และ รุด กุลลิท คว้าแชมป์ไปครอง

หลังเอาชนะ สหภาพโซเวียต 2-0ในรอบชิงชนะเลิศ มาถึงปี 1992 ที่สวีเดน ได้เกิดตำนานเทพนิยายเดนส์ขึ้นมา หลังจากทีมชาติเดนมาร์ก ได้เข้าร่วมการแข่งขันกะทันหัน เนื่องจาก ยูโกสลาเวีย ถูกตัดสิทธิ์ โดยขุนพลเมือง “โคนม” สร้างผลงานยอดเยี่ยมคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างเหลือเชื่อทั้งที่มีเวลา เตรียมตัวไม่นานนัก

การจัดแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรปในช่วงแรกใช้ชื่อรายการ ยูฟ่า ยูโรเปียน เนชั่นส์ คัพ ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็นยูฟ่า ยูโรเปียน แชมเปียนชิพ หรือเรียกว่า มาจนถึงปัจจุบัน โดยทีมที่มีสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันยูโรต้องเป็นสมาชิกของสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 53 ชาติ

ช่วงเริ่มต้น ยูโร 1960 เป็นรายการที่คัดเลือกทีมเข้าแข่งขันเพียง 4 ทีม ก่อนจะมาเพิ่มเป็น 8 ทีม นับตั้งแต่ยูโร 1980 และเพิ่มเป็น 16 ทีม เริ่มตั้งแต่ยูโร 1996 โดยปัจจุบันมีทีมเข้ารอบสุดท้ายของยูโร 24 สำหรับรายการการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติที่หลายคนรอคอย อย่างการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 หรือ ฟุตบอลยูโร 2020 (EURO 2020)

ที่เดิมทีนั้นจะแข่งตั้งแต่ในปีที่แล้ว แต่ติดปัญหาโควิด จึงเลื่อนมาแข่งในปีนี้ ปี 2021 โดยกำหนดการล่าสุดของบอลยูโร 2020 จะแข่งกันในวันที่ 11 มิถุนายน 2564 ถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2564 ซึ่งในปีนี้ไม่มีเจ้าภาพจัดการแข่งขันหลัก แต่จะเป็นการเวียนไปแข่งขันยังประเทศต่างๆ ทั่วยุโรป มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันในรอบสุดท้ายนี้ 24 ทีม

ขอขอบคุณบทความสาระฟุตบอล โดย ufabet.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *